| |
|
|
|
ม้าไทยและม้าเทศในประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย การใช้ม้าแต่แรกเริ่มนั้นนิยมใช้ม้าเป็นสัตว์ต่างมากกว่าที่จะใช้ขับขี่ ทั้งนี้อาจจะเนื่องมาจากความเชื่อที่ว่า ม้าไทยมีขนาดเล็ก ดื้อ ฝึกยาก แต่ก็ยังคงมีกลุ่มคนรักม้าที่ยังอนุรักษ์สายพันธุ์ม้าไทยกันอยู่อย่างต่อเนื่อง เช่น ทางภาคเหนือยังคงมีรถม้าอยู่ที่จังหวัดลำปาง และถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด และชาวเขาทางภาคเหนือก็ยังคงเลี้ยงม้าไว้เพื่อช่วยในการขนสัมภาระไปตามดอยต่างๆ ภาคอีสานยังคงมีการเลี้ยงม้าเพื่อขับขี่และช่วยในการต้อนสัตว์ ของบรรดาเหล่านายฮ้อย ในปัจจุบันชาวบ้านจังหวัดขอนแก่นก็ได้พัฒนาไปเลี้ยงม้าแข่งส่งเข้าแข่งขัน สำหรับทางภาคกลางนอกจากจะเป็นแหล่งของการเพาะเลี้ยงม้าแข่งแล้ว ยังคงมีการเลี้ยงม้าเพื่อใช้ในงานรื่นเริง หรือในการทำพิธีทางศาสนา เช่นการแห่นาค โดยจะมีม้าแห่นาคเข้าร่วมขบวนกันอย่างใหญ่โต และที่ อ.หัวหิน จังหวัดประจวบคิรีขัณฑ์ นิยมเลี้ยงม้าไว้ให้บริการขี่เล่นบริเวณชายหาด |
|
|
สำหรับทางภาคใต้นั้น แม้ว่าจะสำรวจพบว่ามีการใช้ม้าน้อยที่สุด ก็ยังพบว่าบริเวณรอยต่อระหว่างจังหวัดชุมพรและระนอง เนื่องจากภูมิประเทศเป็นป่าเขาไม่มีพื้นที่ราบ แต่โดยลักษณะพื้นที่ที่ติดต่อกับประเทศเมียนม่าร์ ทำให้มีการขยายพันธุ์ของม้าพันธุ์ดีที่เป็นม้าศึกตั้งแต่สมัยโบราณ รวมทั้งม้านำเข้ามาจากประเทศอังกฤษหรืออินเดีย เมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1-2 โดยจะพบว่าชาวบ้านแถบนี้มีการใช้ม้าลูกผสมที่มีขนาดส่วนสูงกว่าม้าไทยโดยทั่วไป (ตัวผู้สูง 140 ซม. ตัวเมียสูง 130 ซม.) ช่วยในการขนสินค้าเกษตรออกมาสู่ตลาดภายนอกอย่างแพร่หลายเนื่องจากภูมิประเทศเป็นป่าเขาสูงชัน ในระหว่างปี พ.ศ. 2520-2545 เนื่องจากการขาดการสนับสนุนการเลี้ยงม้าอย่างจริงจัง จึงทำให้ม้าจำนวนดังกล่าวเกือบจะหายไปจากบริเวณพื้นที่จ.ชุมพรและระนองแล้ว แต่หลังจากที่มีการรวมกลุ่มของไทยโพนี่ ก็เริ่มมีสมาชิกที่รักม้าหันมาอนุรักษ์ม้าไทยกันมากขึ้น ทำให้ปริมาณม้าเพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชมีชมรมขี่ม้าอยู่ที่สวนสมเด็จย่าฯ และในระยะหลังก็มีการริเริ่มจัดการแข่งขันแบบเอ็นดูรานซ์ Horse Endurance ขึ้น แม้ว่าจะเป็นจุดเริ่มเล็กๆ แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี นอกจากนี้ที่จังหวัดภูเก็ตก็เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าเป็นสถานที่ที่ใช้การเลี้ยงม้าเพื่อใช้ขี่เพื่อกีฬาเป็นจุดดึงดูดการท่องเที่ยวของจังหวัด |
|
|
|
 |
ภาพแสดงลักษณะม้าไทยสายพันธุ์มองโกลตัวเมียขณะตั้งท้องประมาณ ๘ เดือน (Thai - Mongol type pony, mare) มีความสูงไม่เกิน ๑๑๐ ซม. (๑๑ แฮนด์ โดยที่ ๑ แฮนด์สูงประมาณ ๑๐ ซม. ) หน้าสั้น ขาสั้น ลำตัวสั้น แผงขนคอเป็นพุ่มดกฟู ไม่ตั้งตรง ลำตัวสั้น แข็งแรงทนทาน หากินตามภูมิประเทศ
The Thai-Mongol pony with 8 months pregnant. This is the local breed which is believed that it was fetch from the South-westhern part of China. It stands between 120- 125 cm. It also has strong legs and limbs that withstand all terrains. |
|
|
| |
ม้าไทยหรือม้าพันธุ์พื้นเมืองของไทยเท่าที่ค้นพบสามารถแบ่งได้สองประเภท ประเภทแรกคือ
ม้าสายพันธุ์มองโกล (Thai-Mongol pony) หรือม้าไทยที่เห็นกันทั่วๆไป จากประวัติเดิมนั้นจะใช้เป็นม้าต่างระหว่างชายแดนประเทศไทยตอนเหนือ กับประเทศจีนพม่าและลาวในสมัยโบราณ ภายหลังจึงแพร่พันธุ์ไปเลี้ยงกันทั่วทุกภาคของประเทศไทย ม้าสายพันธุ์นี้จะมีความสูงไม่เกิน ๑๓๐ ซม. สำหรับตัวผู้ และตัวเมียสูงไม่เกิน ๑๒๐ ซม. ลักษณะเด่นคือมีหน้าแหลมเหมือนม้าสายพันธุ์อาหรับ คอสั้น ลำตัวสั้น ขนแผงคอเป็นพุ่มดกไม่เป็นระเบียบ ขาสั้น กีบเล็ก
|
|
อีกประเภทหนึ่งคือ ม้าสายพันธุ์ไทยใหญ่ (Thai- Burmese type pony) หรือเรียกง่ายๆว่า ม้าไทยใหญ่ แหล่งกำเนิดใหญ่อยู่แถบจังหวัดชายแดนไทย- เมียนม่าร์ ม้าเหล่านี้สันนิษฐานว่าน่าจะแพร่พันธุ์จากม้าศึกที่มากับทัพพม่าคราวเข้าตีกรุงศรีอยุธยา หรือสงครามเก้าทัพ ผ่านไปตามจังหวัดที่มีชายแดนติดกับเมียนม่าร์โดยลัดเลาะผ่านมาทางจังหวัดระนอง ชุมพร ประจวบคิรีขันธ์ ราชบุรี กาญจนบุรี และยังคงมีม้าประเภทนี้บางส่วนมีบ้างบางส่วนในจังหวัดอยุธยาซึ่งคาดว่าเป็นม้าลูกผสมที่เกิดระหว่างแม่พันธุ์ไทยมองโกลกับพ่อม้าเทศที่นำมาจากต่างประเทศเข้ามาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาพื่อใช้ในการศึกสงคราม ม้าไทยใหญ่นี้จะมีโครงสร้างใหญ่กว่าม้าไทยมองโกลเล็กน้อย ลักษณะเด่นคือ รูปร่างบึกบึน หัวใหญ่ คอยาว คล้ายม้าเทศ ขาสั้นเมื่อเปรียบเทียบกับลำตัว ขนแผงคอจัดเรียงเป็นระเบียบ พบได้ทั่วไปบริเวณจังหวัดรอยต่อระหว่างประเทศไทยและเมียนม่าร์ |
|
ภาพแสดงลักษณะม้าไทยสายพันธุ์ไทยใหญ่ตัวผู้ (Thai -Burmese type pony) มีความสูงประมาณ ๑๒๕ ซม ส่วนหัวจะใหญ่ขาสั้น เมื่อเทียบกับลำตัว แผงขนคอเป็นเป็นระเบียบ กีบและน่อง แข็งแรงทนทาน
The stallion, Thai -Burmese pony shows its strong neck and limbs. In general, it is rarely to find the local breed with white coat. This breed is easy to handle and play a good role as a riding pony. |
|
|
|