| |
|
|
|
เว็บไซต์นี้จะมีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับเรื่องดังนี้ ม้าไทย ม้าในประเทศไทย การเลี้ยงม้า พ่อม้า แม่ม้า ลูกม้า อาหารม้า คอกม้า ฟาร์มม้า การผสมพันธุ์ม้า การขี่ม้า การฝึกม้า การแข่งม้าแบบเอ็นดูร๊านซ์ (Endurance Horse)
จังหวัดชุมพรเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางการรวมทัพมาตั้งแต่สมัยโบราณ (ชื่อเดิมคือ ชุมพล หรือ ประชุมพล) ดังนั้นประชากรที่นี่จึงมีความผูกพันและเคยชินกับการนำสัตว์มาใช้งานทั้งในยามศึกและยามสงบ และเนื่องจากภูมิประเทศเป็นป่าเขา ไม่มีที่ราบกว้างใหญ่เหมือนเช่นภาคกลาง เมื่อความเจริญยังเข้าไม่ถึงจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้สัตว์เป็นพาหนะหลักในการขนส่งสินค้าและยุทธปัจจัย ครั้นเมื่อสงครามสงบลง สัตว์พาหนะที่ใช้ในการศึกอาทิเช่น ช้าง ม้า ก็ยังคงมีหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้ชาวบ้านในแถบนั้นและย่านใกล้เคียงเริ่มนำสัตว์เหล่านี้โดยเฉพาะม้าไปใช้ขนส่งสินค้าทางการเกษตร เป็นที่รู้กันดีว่าเมื่อ 40 ปีก่อนหน้านี้ ชุมพร ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีการเลี้ยงม้ามากที่สุดทางตอนใต้ของประเทศไทย แต่เป็นที่น่าเสียดายที่เมื่อโลกมีการพัฒนาเครื่องจักรเครื่องยนต์ทำให้คนหันมาใช้รถยนต์แทนแรงงานสัตว์ ทำให้ปริมาณม้าลดลงอย่างรวดเร็ว และในปัจจุบัน หากจะหาคนเลี้ยงม้าสักคนก็ยากพอๆกับการงมเข็มในมหาสมุทร |
|
ด้วยความรักม้าเป็นชีวิตจิตใจ บวกกับการเป็นคนชุมพรแต่กำเนิดที่มีความต้องการที่จะให้จังหวัดชุมพรคงเอกลักษณ์ประจำจังหวัดไว้ ในปี 2543 น.อ. กิตติพงษ์ พุ่มสร้าง ร.น. (ปัจจุบันรับราชการที่กรมอู่ทหารเรือ กองทัพเรือ) จึงเริ่มนำม้าไทยที่ชาวบ้านเลี้ยงแบบทิ้งขว้าง มาปล่อยไว้ในสวนยางพาราที่มีเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ โดยเริ่มจากมีลูกม้าไทยผสมตัวเมีย เพียงสองตัว ในระยะแรกไม่ได้ให้อาหารเสริมอะไรเป็นพิเศษ เพียงปล่อยให้ม้าหากินเองตามธรรมชาติเท่านั้น และโดยความคิดส่วนตัวก็เพียงว่าต้องการแค่นำม้ามาเป็นอุปกรณ์กำจัดวัชพืช และถ่ายออกมาเป็นปุ๋ยก็พอแล้ว แต่พอเลี้ยงไปได้สักระยะหนึ่งก็พบว่า การเลี้ยงม้าในสวนยาง สามารถประหยัดค่ายาฆ่าหญ้าในแต่ละปีได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังทำให้ดินเริ่มคืนสภาพ จากเดิมฝนตกไม่มีเสียงร้องของกบเขียด ปัจจุบันแม้ฝนไม่ตกแต่หากวันไหนน้ำค้างตกหนักก็จะมีเสียงกบเขียดร้องระงม หลังจากเริ่มมีม้าในสวนยางไม่นานก็เริ่มมีคนมาขอซื้อม้า แต่ก็ยังไม่มีแบ่งขาย เนื่องจากยังไม่ได้คิดจะเลี้ยงม้าในรูปแบบของธุรกิจ |
|
|
|
ต่อมาเมื่อเห็นว่ามีคนเข้ามาสอบถามหาซื้อม้าบ่อยขึ้น จึงคิดที่จะเพาะพันธุ์ม้าให้เป็นเรื่องเป็นราว แต่เนื่องจากประเทศไทยไม่มีเอกสารที่เกี่ยวกับการเลี้ยงม้าในภาคเกษตรด้านอื่นเลย ยกเว้นม้าแข่ง ที่มีการเลี้ยงอย่างเป็นระบบ ทำให้ น.อ. กิตติพงษ์ ฯ ต้องใช้วิธีการค้นคว้าด้วยตนเอง โดยการซื้อหนังสือม้าภาษาอังกฤษจากหลากหลายแหล่งมาศึกษา ขณะเดียวกันก็เดินทางทั้งต่างประเทศและในประเทศเพื่อไปสัมภาษณ์เกจิชาวบ้านตามแหล่งต่างๆ อาทิ เช่น หัวหิน ภูเก็ต นครศรีธรรมราช กาญจนบุรี นครราชสีมา ราชบุรี ลำปาง เชียงราย ฯ แต่สุดท้ายก็ยังมีความเด็ดเดี่ยวที่จะไม่พัฒนาสายพันธุ์ม้าไปเป็นม้าแข่ง เนื่องจากเห็นว่าประชากรส่วนใหญ่ยังเป็นเกษตรกร ที่ยังยืนหยัดบนความพอเพียง ไม่นิยมเรื่องการพนันขันต่อและรังเกียจอิทธิพลของกลุ่มมาเฟียม้าแข่ง ดังนั้น จึงได้คิดทำเว็บไซต์เพื่อเผยแพร่ความรู้เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้สนใจทั่วไป ในที่สุด ฟาร์มเลี้ยงม้าไทยโพนี่จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา |
|
|
ม้าสายพันธุ์ไทยโพนี่ แรกทีเดียวไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ส่วนใหญ่มักเรียกม้าลูกผสมเหล่านี้ว่า “ลูกผ่าน” แต่ภายหลังก็ได้เริ่มนิยามความหมายว่า ม้าไทยโพนี่ เป็นม้าลูกผสมสามสายพันธุ์ที่เกิดจากการผสมระหว่างม้าไทยหรือม้าสายพันธุ์ไทย ม้าพันธุ์เธอรัพเบร็ต (ม้าแข่ง) และม้าพันธุ์ควอเตอร์ฮอร์ส (ม้าขี่ต้อนวัวของอเมริกัน) โดยจะรวมไปถึงม้าด่างลูกผ่าน (Paint Horse) ที่เกิดในประเภทไทย ในครั้งแรกเริ่มพัฒนาสายพันธุ์โดยชาวบ้านในแถบพื้นที่ภาคกลาง เริ่มจากการเป็นม้าแห่นาคของชาวบ้าน ภายหลังก็แพร่พันธุ์ออกไป และได้รับความนิยมสูงสุดโดยชาวบ้านที่เลี้ยงม้าเพื่อใช้ขี่บริเวณชายหาดที่ อ.หัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์ และหากจะเทียบการพัฒนาสายพันธุ์แล้ว ม้าไทยโพนี่ปัจจุบันพัฒนามาถึงรุ่นที่สาม (TPNY3)เมื่อโตเต็มวัยจะสูงประมาณ 150ซม. สำหรับตัวผู้ และประมาณ 140 ซม. สำหรับตัวเมีย |
|
|
 |
ม้าไทยโพนี่ปัจจุบันพัฒนามาถึงรุ่นที่สาม TPNY3 โดยรุ่นแรกหรือที่เรียกว่า TPNY1 เป็นการผสมกันระหว่าง พ่อม้าพันธุ์เธอรัพเบร็ต (ม้าแข่ง) กับแม่ม้าไทย ลูกที่ออกมาจะเรียกว่าลูกม้า TPNY1การผสมโดยใช้พ่อพันธุ์เธอรัพเบร็ต ก็เพื่อเป็นการยกระดับความสูงของม้า โดยม้าโตเต็มวัยจะสูงประมาณ 135 ซม. สำหรับตัวผู้ และประมาณ 130 ซม. สำหรับตัวเมีย หลังจากนั้นจึงนำม้าตัวเมียของ TPNY1 ไปผสมอีกครั้งกับพ่อม้าพันธุ์ควอเตอร์ฮอร์ส การทำดังนี้ก็เพื่อต้องการให้มีสายเลือดของม้าที่มีความแข็งแกร่ง มีความนิ่งและเชื่องแบบสายพันธุ์ควอเตอร์ และลูกม้าในรุ่นนี้เมื่อคลอดออกมาจะเรียกว่า TPNY2 ลูกม้ารุ่นสองนี้เมื่อโตเต็มวัยจะสูงประมาณ 150 ซม. สำหรับตัวผู้ และประมาณ 135 -140 ซม. สำหรับตัวเมีย |
|
|
ม้าตัวเมียในรุ่นสองนี้จะถูกคัดไว้อีกครั้งเพื่อผสมกับม้าที่มีลักษณะดีโดยจะใช้พ่อพันธุ์ที่ชื่อ องอาจซึ่งเป็นม้าด่าง ขณะนี้อายุประมาณ 3 ปี (ปี พ.ศ. 2551) ที่มีการพัฒนาสายพันธุ์มาจากแม่ม้าสายพันธุ์ลิปปิซานเนอร์ชื่อบัวขาว และพ่อม้าชนะเลิศการประกวดม้าไทยที่มีลักษณะดีเด่นในงานเกษตรกำแพงแสน สองปีซ้อน ชื่อวันเฉลิมของอำพลฟาร์ม และหลังจากนี้จะพยายามรักษาสายพันธุ์ให้นิ่งเพื่อดำรงความเป็นไทยโพนี่ให้มากที่สุด
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมและประสานงานกรุณาติดต่อโทร.081-2564199หรือkpoomsang@yahoo.com |
|
|
|
|
|
|